ป๊อกเด้ง เกมอมตะ

ไพ่ป๊อกเด้ง เกมพนันสุดสนุกที่เล่นกันได้ทุกคน

เกมพนันประเภทไพ่ จริง ๆ แล้วมีหลายชนิดมากที่ได้รับความนิยม หนึ่งในนั้นคือ ไพ่ป๊อกเด้ง ที่เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกันมานาน ด้วยเกมไพ่ชนิดนี้ไม่ต้องมีอะไรมาก แค่มีไพ่ 1 สำรับ ก็สามารถเล่นกันได้ทันที ทว่าเรื่องของกติกาที่ใช้เล่นกันยังอาจทำให้รู้สึกสับสนกันพอสมควร ด้วยมีการอ้างว่าที่นั่นเล่นแบบนั้น ที่นี่เล่นแบบนี้ แต่จริง ๆ แล้วการเล่นไพ่ป๊อกเด้งนั้นมีกติกาที่ตายตัวชัดเจนและผู้เล่นทุกคนควรปฏิบัติให้ถูกต้อง อย่างคนที่เลือกเล่นบนโลกออนไลน์จะรู้ว่ากติกาที่สากลยอมรับเป็นแบบใด

การทำความเข้าใจในกติกาการเล่นของไพ่ป๊อกเด้งคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้นักพนันทุกคนเล่นได้อย่างถูกต้อง ตรงตามรูปแบบที่วางเอาไว้มากที่สุด โดยจะขออธิบายเป็นข้อ ๆ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและมองเห็นภาพมากขึ้นกว่าเดิม

เครดิตรูป
  1. การนับแต้มบนหน้าไพ่มีการนับคือ A = 1, 2-9 มีค่าเท่ากับเลขบนหน้าไพ่ 10, J, Q, K = 0
  2. รูปแบบของการแจกไพ่จะเริ่มแจกจากคนที่ 1 ไปวนรอบและเจ้ามือจะได้รับไพ่เป็นคนสุดท้าย โดยรอบแรกจะแจกทั้งหมด 2 ใบ
  3. กรณีที่ได้แต้ม 0-4 ส่วนมากจะต้องจับไพ่เพิ่มอีก 1 ใบ แต่ถ้าหาก 5-7 ถือว่าเป็นแต้มสูง จะจับไพ่อีกใบหรือไม่ก็ได้ ส่วนคนที่ได้ 8, 9 เรียกว่า ป๊อก ไม่ต้องจับไพ่เพิ่มแล้วเพราะถือว่าเป็นแต้มสูงสุด (อย่างไรก็ตามกรณีที่ได้แค่ 8 แต่เจ้ามือได้ 9 โดยการเปิดแค่ 2 ใบแรกถือว่าเจ้ามือเป็นฝ่ายชนะ)
  4. เมื่อมีการจับใบที่ 3 เรียบร้อย ให้นับแต้มรวมทั้งหมดโดยเอาเฉพาะหลักหน่วยมานับเป็นแต้มที่ตนเองได้เท่านั้น เพราะการเล่นไพ่ป๊อกเด้งแต้มสูงสุดคือ 9 เช่น ได้ A, 9, 7 = 17 หมายความว่าแต้มที่ผู้เล่นได้ตอนนี้คือ 7
  5. กรณีที่เจ้ามือเปิดมาแล้วได้หน้าไพ่เป็น 8, 9 เท่ากับเกมนั้นจะจบทันที หากเจ้ามือได้ 8 ใครที่ได้ 9 จะชนะ แต่ถ้าเจ้ามือเปิดมา 2 ใบแรกแล้วได้ 9 แต้มเลยเท่ากับเสียรอบวง
  6. การนับแต้มพิเศษ การเล่นไพ่ป๊อกเด้งนอกจากจะมีการนับแต้มตามตัวเลขที่บวกกันได้ปกติแล้วยังมีรูปแบบของการได้ไพ่พิเศษที่ทำให้ได้เงินมากกว่าเดิม (หากชนะปกติจะได้เงิน 1 เท่า ไม่รวมทุน) ประกอบไปด้วย
  • ไพ่ 2 เด้ง และ 3 เด้ง คือไพ่ที่มีดอกเดียวกันในมือ หาก 2 ใบ เรียก 2 เด้ง ชนะจะได้เงิน 2 เท่า ไม่รวมทุน ถ้าเป็น 3 ใบ เรียก 3 เด้ง ชนะจะได้เงิน 3 เท่า ไม่รวมทุน อีกประเภทของการเด้งคือ 2 เด้ง จะมีรูปแบบนับตรงที่เลขเหมือนกันทั้ง 2 ใบ
  • ไพ่เรียง คือ ไพ่ที่ตัวเลขเรียงกัน โดยไม่ต้องสนใจว่าจะได้ดอกอะไรหรือแต้มเท่าไหร่ หากเจ้ามือไม่ได้ป๊อกตั้งแต่ 2 ใบแรก การได้ไพ่เรียงจะทำให้ได้เงิน 3 เท่า ไม่รวมทุน อย่างไรก็ตามบางแห่งได้มีการกำหนดไพ่เรียงเอาไว้ด้วยว่าต้องเริ่มต้นเรียงจากเลขอะไรหรือสุดที่เลขอะไรบ้าง ทว่าส่วนใหญ่เองก็จะเริ่มนับตั้งแต่ A, 2, 3 และไปสุดที่ Q, K, A การได้ไพ่แบบนี้เกิดขึ้นเฉพาะกับคนที่จั่วใบ 3 เท่านั้น
  • ไพ่ตอง คือ ไพ่ที่เลขเดียวกันทั้ง 3 ใบ หมายถึงว่าเป็นแต้มเดียวกันหมด เช่น 4, 4, 4 แบบนี้หากเจ้าไม่ได้ป๊อกตั้งแต่ 2 ใบแรกผู้เล่นจะได้เงินทันที 5 เท่า ไม่รวมทุน
  • ไพ่เซียน หรือบางคนชอบเรียก ไพ่ขอบ คือการที่ไพ่ทั้ง 3 ใบในมือเป็นไพ่ขอบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น J, Q, K แต้มไหนก็ได้ หากเจ้ามือไม่ได้ป๊อกตั้งแต่ 2 ใบแรก ผู้เล่นจะได้เงิน 3 เท่า ไม่รวมทุน
  • ไพ่สเตรทฟลัช คือ หน้าไพ่ทั้ง 3 ใบของคนเล่น เรียงเป็นไพ่ขอบทั้งหมดประกอบไปด้วย J, Q, K โดยไม่ต้องสนใจดอกใด ๆ ทั้งสิ้น หากไพ่ในมือมี 3 ใบนี้ แล้วเจ้ามือไม่ได้ป๊อกตั้งแต่ 2 ใบแรก ผู้เล่นจะได้เงิน 5 เท่า ไม่รวมทุน

ในส่วนของการวางเงินนั้นขึ้นอยู่กับการกำหนดของแต่ละที่ว่าจะเริ่มต้นวางเงินได้ตั้งแต่กี่บาท สูงสุดกี่บาท รวมไปถึงการเพิ่มจำนวนมือเล่นของตนเอง บางคนอาจต้องการเล่น 2 มือ 3 มือ ก็ต้องขึ้นอยู่กับการกำหนดของที่นั้น ๆ ด้วยว่าสามารถเล่นได้สูงสุดทั้งหมดกี่มือ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักเล่นกันไม่เกิน 3-4 มือ เนื่องจากปกติวงเล่นพนันไพ่ป๊อกเด้งต้องมีคนเล่นเยอะพอสมควร ยิ่งถ้ามีการแยกมือกันเยอะ ๆ จะทำให้เกิดความสับสนระหว่างเล่นเอาได้ง่าย ๆ 

จากทั้งหมดที่ได้กล่าวมานี้นับว่าเกมพนันอย่างไพ่ป๊อกเด้งเป็นรูปแบบเกมพนันที่เข้าใจง่าย ไม่มีความยุ่งยากหรือซับซ้อนใด ๆ ให้นักพนันต้องเกิดความสับสน คนที่เริ่มหัดเล่นพนันใหม่ ๆ หลายคนเลือกที่จะเล่นเกมพนันประเภทนี้แล้วค่อยต่อยอดไปทดลองเล่นเกมพนันประเภทอื่น ๆ ดูซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดีที่จะได้เรียนรู้รูปแบบการเล่นพนันพื้นฐาน เช่น การนับแต้ม, การดูหน้าไพ่ เป็นต้น ใครที่ยังไม่เคยลองมาทดสอบดูรับรองว่าจะสนุกและได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับชีวิตมากขึ้นแน่ ๆ 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *